มิลานทำตัวเอง

มิลานทำตัวเอง

บิ๊กแมตช์ที่จูเซ็ปเป้ เมี้ยซซ่า เมื่อคืนวันเสาร์ เชื่อว่าขุนพล ‘ปีศาจแดงดำ’ เอซี มิลาน และแฟนบอลคงจะเซ็งกันไม่น้อยที่ทีมเล่นดี แต่แพ้นาโปลีคาบ้าน

เข้าทำนองเล่นดีไม่ชนะ (มิลาน) เล่นไม่ดีแต่ชนะ (นาโปลี) ที่ได้ยินกันมานานในวงการฟุตบอล คราวนี้โชคร้ายเป็นของมิลานครับที่ไปอยู่ในฝ่ายที่ไม่ชนะ หลังจากที่ที่ผ่านมามีอยู่บ้างเหมือนกันที่เล่นไม่ดีแต่เก็บ 3 คะแนนได้

ถ้าเอาเกม 10 นาทีแรกออก มิลานคงจะเป็นฝ่ายชนะครับ เนื่องจากเกมนี้พวกเขาเสีย 2 ประตูตั้งแต่ไก่โห่ เพราะความกระหายที่จะขึ้นนำมากซะจนขาดความรัดกุม

ด้วยสปิริตนักสู้ นักเตะของมอนเตลล่า ฮึดกลับมาสู่เกมได้จากการยิงของยูราย คุชก้า ช่วงท้ายครึ่งแรก หลังจากนั้นก็บุกต่อเนื่อง และสร้างโอกาสตีเสมอได้หลายครั้งหลายหน แต่โชคดูเหมือนว่าจะอยู่ทีมเสื้อสีฟ้ามากกว่า

มิลานบุกแบบผลีผลามทำให้พวกเขาเสีย 2 ประตู ขณะที่นาโปลี ก็ย่ามใจที่นำ 2-0 แล้วก็คิดว่าสบายตัวแล้ว ทว่าครึ่งหลังโดนกดดันหนัก เกือบจะเสียประตูที่สองเช่นกัน สรุปได้ว่าสองทีมผิดพลาดด้วยกันทั้งคู่

“ชากา” โดนแดง 9 ใบ ในรอบ 2 ปีเศษ

ขาโหดตัวจริง!

กรานิต ชากา กองกลางของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล สโมสรดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นที่โดนใบแดงถึง 9 ใบ ในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี เศษ หลังโดนใบแเดงในเกมล่าสุดนัดที่ต้นสังกัดเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เบิร์นลีย์ หวุดหวิด 2-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา

การถูกไล่ออกของ ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัว นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ อาร์เซน่อล และหากย้อนสถิติไปนับจากเดือนเมษายน ปี 2014 เป็นต้นมา เจ้าตัว โดนไล่ออกจากสนามมาแล้วถึง 9 ครั้ง

ซึ่งล่าสุด อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม ออกมาเรียกสติ กรานิต ชาก้า กองกลางวัย 24 ปี ว่าต้องรู้จักควบคุมตัวเอง และรู้จักคิดให้มากกว่านี้

“เขาต้องควบคุมการเล่น และไม่ทำให้ทีมเสียหายจากความเลินเล่อ และการเข้าสกัดของเขา เราไม่กระตุ้นให้กองกลางเข้าสกัดแบบบนั้น เราอยากให้พวกเขายืนปักหลักและไม่ฟาวล์แบบนั้น เพราะฉะนั้น หากมันเป็นการเข้าสกัดที่ย่ำแย่มันก็ต้องเป็นใบแดง” เวนเกอร์ กล่าว

ทางเลือกตลอดชีวิตของ “เจอร์ราร์ด”

เจอร์ราร์ด

“เดอะ บู๊ทรูม” (The Boot Room) คือคำที่สาวกหงส์แดงรู้จักกันดีที่ต้องนึกถึงบรรดาสตาฟ์โค้ชหรืออดีตสตาฟ์โค้ชของทีมทีมเคยเป็นนักเตะของทีมมาก่อนซึ่งพอเลิกเล่นก็ยังทำงานกับสโมสรในฐานโค้ชหรือบางคนอาจจะเป็นผู้จัดการทีมด้วยซ้ำอย่าง “บ็อบ เพลสลีย์” “โจ ฟลาแกน” “เคนนี่ ดังกลิช” หรือ “ฟิล ธอมป์สัน”

ปัจจุบันคำว่า “บู๊ทรูมสตาฟ์” (Boot Room Staff) ยังคงใช้อยู่ในกรณีที่มีอดีตนักเตะของทีมมาทำงานเป็นโค้ชให้กับสโมสร ซึ่งที่มาที่ไปมาจากห้องเก็บรองเท้าฟุตบอลเล็กๆของห้องแต่งตัวในสนามแอนฟิลด์สมัยก่อนที่ “บิล แชงลีย์” อดีตผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ของสโมสรใช้ห้องนี้เป็นห้องประชุมของบรรดาโค้ชเรื่องแผนการเล่นต่างๆ ถือว่าเป็นห้องศักดิ์สิทธิ์ห้องนึงในยุคทองของทีมช่วงทศวรรษ 80

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการปรับปรุงภายในสนามแอนฟิลด์ ห้องบู๊ทรูมดั้งเดิมถูกทุบทิ้งในช่วงต้นยุคทศวรรษ 90 เหมือนมีอาถรรพ์ที่คนภายในทีมเชื่อว่ากันว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมไม่เคยประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” ได้เลยจนถึงปัจจุบัน ทั้งๆที่ประสบความสำเร็จทุกรายการมากแล้วไม่ว่าจะ “ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก” “ยูโรป้าลีก” (ยูฟ่า คัพ) “เอฟเอ คัพ” หรือ “ลีกคัพ”

สมัยก่อนคำว่า “บู๊ทรูม” หมายถึงห้องประชุมของผู้จัดการทีมและโค้ชแต่ปัจจุบันให้ความหมายว่า ต้องเป็นอดีตนักเตะของสโมสรด้วย ที่เขียนถึงเรื่องนี้เพราะล่าสุด “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” อดีตมิดฟิลด์หัวขิงที่สาวกเดอะค็อปยุคนี้รู้จัก ตัดสินใจกลับมาทำงานรับใช้สโมสรที่เค้ารักอีกครั้งในฐานะ สตาฟ์โค้ชเยาวชนของสโมสร

เรื่องนี้อาจจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบปีของทีมเลยก็ว่าได้ เพราะแฟนหงส์ทุกคนรู้ว่า “เจอร์ราร์ด” ยิ่งใหญ่ขนาดไหนและรักสโมสรแห่งนี้บางทีอาจจะมากกว่าชีวิตตัวเองซะอีก จากการลงรับใช้สโมสรในฐานะนักเตะถึง 710 นัด ยิงไป 186 ประตูในทุกรายการ พร้อมกับความสำเร็จทุกอย่างยกเว้น “แชมป์พรีเมียร์ลีก” เพียงอย่างเดียว

ก่อนหน้านี้อดีตกับตันของทีมคนนี้หวังจะแขวนสตั๊ดกับทีมในฐานะนักฟุตบอลที่เล่นสโมสรเดียวตลอดชีวิต แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากเพราะย้ายไปอยู่กับ “แอลเอ แกแล็กซี่” ด้วยความจำยอมฤดูกาลที่แล้วเนื่องจากไม่เป็นที่ต้องการของอดีตกุนซืออย่าง “เบรแดน ร็อดเจอร์” บางทีสำหรับแฟนๆของกับตันทีมเบอร์ 8 คนนี้ เรื่องที่ด่างพร่อยที่สุดของ “ร็อดเจอร์” คือการปฏิเสธที่จะต่อสัญญากับเจ้าตัวก็เป็นได้

มาถึงตรงนี้ไม่มีอะไรต้องพูดเกี่ยวกับความรัก ความภักดีของ “เจอร์ราร์ด” กับสโมสรที่มีอดีตยิ่งใหญ่ที่สุดสโมสรนึงในโลกแห่งนี้ เพราะการกระทำของเจ้าตัวตลอด 18 ปีในถิ่นแอนฟิลด์พิสูจน์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งๆที่ช่วงระหว่างการค้าแข้งมีสโมสรยักษ์ใหญ่ของโลกมากมายพร้อมดึงเจ้าตัวไปร่วมทีมซึ่งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในแง่การเป็นแชมป์มากกว่าอย่าง “เรอัล มาดริด” หรือ “เชลซี” แต่เจ้าตัวเลือกที่ “ปฏิเสธ” อย่างไม่ใยดี

เรื่องนี้ถือว่าเป็นผลดีกับทั้งสโมสรและตัวเจอร์ราร์ดเอง ที่แฟนๆเรียกร้องอย่ากให้ “เจอร์เก้น คลอปป์” นายใหญ่คนปัจจุบันดึงไปเป็นสตาฟ์โค้ชด้วยหลังประกาศเลิกเล่นเมื่อปลายปีที่แล้ว ถึงแม้ไม่ได้ทำหน้าที่ในทีมงานของ “คล็อปป์” แต่ก็ยังไม่ไม่ไปไหน อยู่กับทีมตามที่ใจอยากซึ่งเจ้าตัวสามารถพัฒนาตัวเองในฐานะโค้ชฟุตบอลกับสถานที่ที่เจ้าตัวเติบโตขึ้นมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ

ที่สำคัญการถ่ายทอด “แนวคิด” “ประสบการณ์” และ “จิตวิญญาณ” ของความเป็นเดอะค็อปให้กับนักเตะเยาวชนของทีมที่บางคนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะของทีมอย่างเต็มตัวในอนาคต

สุดท้ายยินดีต้อนรับ “บู๊ทรูมสตาฟ์” คนใหม่ของทีมและอนาคตผู้จัดการทีมชุดใหญ่ของสโมสรกลับบ้านอีกครั้งครับ

“รูน” ผงาดดาวยิงตลอดกาล “ปีศาจแดง””รูน” ผงาดดาวยิงตลอดกาล “ปีศาจแดง”

ทุบสถิติสำเร็จ

เวย์น รูนี่ย์ กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ สังกัด “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย หลังยิงประตูช่วยทีมให้บุกไปไล่ตีเสมอ สโต๊ค ซิตี้ 1-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา

ดาวยิงร่างอ้วน กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย ที่จำนวน 250 ประตู แซงสถิติเก่าของตำนานอย่าง เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ทำไว้ 249 ประตู

ทั้งนี้ ดาวยิงวัย 31 ปี ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2004 และลงสนามไปแล้วทั้งสิ้น 546 เกม

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูทีมเยือนได้มากที่สุดในลีกอีกด้วย หลังทำไปแล้ว 88 ประตู มากกว่าแข้งคนใดในประวัติศาสตร์ วงการฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

โดยแซงเจ้าของสถิติเก่าอย่าง “ฮอตชอต” อลัน เชียเรอร์ ตำนานดาวยิงทีมชาติอังกฤษของ นิวคาสเซิ่ล ที่ทำไว้จำนวน 87 ประตู และ แฟรงค์ แลมพาร์ด 85 ประตู

“ลิเวอร์พูล” ฟอร์มแกว่งเปิดรังพ่าย “สวอนซี” 2-3

แพ้บ๊วยคาบ้าน!

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 นัดที่ 22 ของฤดูกาล ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับ สวอนซี ซิตี้ อันดับบ๊วยของตาราง

ผลปรากฏว่า “หงส์แดง” พ่ายคารังไปแบบช็อกแฟนบอล 2-3 หลังโดนนำก่อน 0-2 จากการเหมาของ เฟร์นันโด ยอเรนเต้ หัวหอกชาวสเปนของ “หงส์ขาว” นาที 48 และ 53

แม้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ หัวหอกทีมชาติบราซิลจะยิงคนเดียวสองประตูให้ทีมตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ ในนาที 55 และ 69 แต่สุดท้ายก็มาโดนทีเด็ดจาก กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน จอมทัพทีมชาติไอซ์แลนด์ของทีมเยือนในนาที 74

หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล พ่าย สวอนซี คาบ้าน 2-3 มี 45 คะแนนเท่าเดิม ส่วนสวอนซีมี 18 แต้ม กระโดดขึ้นมาอันดับ 17

“รูน” ซัดทดเจ็บ “ผีแดง” บุกเจ๊า “สโต๊ค” 1-1

ซูเปอร์ซับ!

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 นัดที่ 22 ของฤดูกาล สโต๊ค ซิตี้ ทีมอันดับ 9 เปิดสนามเบต 365 สเตเดี้ยม ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ของตาราง

ผลการแข่งขันปรากฏว่าเสมอกันไป 1-1 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำก่อนตั้งแต่นาที 19 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ฆวน มาต้า จอมทัพชาวสเปนของทีมเยือน ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

45 นาทีหลัง “ปีศาจแดง” บุกหนัก จนมาประสบความสำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก เวย์น รูนี่ย์ ตัวสำรองที่ลงมาแทน มาต้า ช่วงกลางครึ่งหลัง

หมดเวลาการแข่งขัน สโต๊ค ซิตี้ เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ทำให้ “ช่างปั้นหม้อ” รั้งอันดับ 9 เท่าเดิม มี 28 คะแนน ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด มี 41 คะแนน อยู่ที่ 6 เหมือนเดิมเช่นกัน

“ประธานตราหมี” ยันเอง “กรีซมันน์” อยู่กับทีมอีกนาน

ดับฝันแฟนผี!

ประธานสโมสรแอตเลติโก มาดริด “เอ็นริเก้ เซเรโซ่” ออกมายืนยันว่า “อองตวน กรีซมันน์” ที่เป็นเป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นเหลือสัญญากับสโมสรอีกนานเลยทีเดียว

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ปีศาจแดงเป็นข่าวว่าจะทุ่มเงินสถิติโลกอีกครั้ง ด้วยจำนวนถึง 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,365 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ในช่วงซัมเมอร์นี้

โดยแหล่งข่าววงในเผยว่า ดาวเตะวัย 25 ปี มักปรึกษาเรื่องความเป็นอยู่และการเล่นฟุตบอลที่อังกฤษบ่อยครั้งกับเพื่อนสนิทของเขาอย่าง พอล ป็อกบา มิดฟิลด์เพื่อนร่วมชาติ

แม้ก่อนหน้านี้ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือใหญ่แอต. มาดริด เคยออกมารับว่าตนไม่มีอำนาจมากพอที่จะรั้งกองหน้าคนสำคัญให้อยู่ในถิ่นบิเซนเต้ คาลเดร่อน ต่อไปได้ แต่ล่าสุด เซเรโซ่ นั้นยืนยันว่า กรีซมันน์ จะอยู่กับทีมต่อไป

“มีหลายข้อเสนอเข้ามานะ ผมไม่รู้หรอกว่าความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมาในรูปแบบไหน สิ่งที่ผมสามารถพูดได้ตรงๆเลยก็คือ กรีซมันน์ จะอยู่กับทีมต่อไปอีกนานหลายปีอย่างแน่นอน”

สื่อแฉปฏิกิริยา “เป็ป” ต่อลูกทีมหลังเกมพ่าย “เอฟเวอร์ตัน” 0-4

ถึงกับงง

ความพ่ายแพ้เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ก่อนต่อ เอฟเวอร์ตัน ไป 4-0 ของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นการปราชัยด้วยสกอร์มากสุดในลีกของเขาตั้งแต่คุมทีมมา

แน่นอนว่าหลังจบเกมก็ได้มีเสียงวิจารณ์ตามมาอย่างหนาหู และก็มีความเชื่อว่ากุนซือหนุ่มชาวสแปนิช จะเข้าไปจัดหนักจัดเต็มลูกทีมเป็นแน่แท้ แต่ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ ก็เป็นที่ประหลาดใจหน่อยๆ เมื่อเรื่องราวออกมาตรงกันข้าม

โดยตามรายงานระบุว่า นอกจากอดีตบอสของ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค จะไม่ด่าลูกทีมแล้ว เขายังชื่นชมนักเตะว่าเล่นดีอีกต่างหาก จนสร้างความฉงนในห้องแต่งตัวไปตามๆกัน

ซึ่งด้วยการแพ้ไปแล้วถึง 7 ครั้ง มากสุดเท่าที่ เป็ป เคยสัมผัสใน 1 ฤดูกาล ทั้งๆที่เพิ่งจะผ่านครึ่งทางมาไม่นาน ก็น่าจะทำให้กุนซือรายนี้รู้ซึ้งแล้วกับความยากเย็นของพรีเมียร์ลีก

นอกจากนั้นผลของการเก็บแต้มไม่ได้ ยังทำให้ เรือใบสีฟ้า หล่นจากท็อปโฟร์มาอยู่ในอันดับที่ 5 ตามหลังจากฝูงอย่าง เชลซี ถึง 10 แต้มพร้อมโอกาสคว้าแชมป์ริบหรี่มากยิ่งขึ้น

และด้วยอายุเฉลี่ยนักเตะเกมนี้ของ แมนฯ ซิตี้ ที่ 29 ปีก็อาจดูเยอะเกิน ซึ่งก็น่าจะเป็นจุดให้ เป็ป นำไปปรับปรุงด้วยการเสริมนักเตะอายุน้อยๆเข้ามาใหม่ในช่วงซัมเมอร์แน่นอน

เมื่อ “ไก่” เปลี่ยนไป…

เมื่อ ไก่ เปลี่ยนไป...

แม้จะไม่ใช่สาวก “เดอะ กันเนอร์ส” พันธุ์แท้ ที่เป็นแฟนบอลต้นตำรับจากเมืองผู้ดีที่รู้ไส้รู้พุงถึงความเกลียดชังต่อคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แบบเข้ากระดูกดำ

ทว่าตลอดเวลาที่ตามเชียร์ทีมรัก พูดตรงๆเรื่องแบบนี้มันก็ค่อยๆซึมซับเข้าสู่ความรู้สึก ได้อ่านมากๆ ได้เสพเยอะๆ จนอารมณ์คล้อยตามถึงขนาด “แพ้ใคร แพ้ได้ แต่ต้องไม่แพ้ สเปอร์ส”

แม้ที่ผ่านมาตั้งแต่ อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีม อาร์เซนอล จะไม่เคยทำอันดับต่ำกว่าเลย ทว่าในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังสุด ก็ต้องบอกว่ามี “หวาดเสียว” ก็ไม่น้อย โดยเฉพาะซีซั่นก่อนที่ “ไก่เดือยทอง” มาเหี่ยวปลายไปเอง

ขณะที่ฤดูกาลนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่แฟนบอล “ปืนใหญ่” ต้องลุ้นกันเหนื่อย ไม่ใช่แค่อันดับในตารางที่ยังสูสี ทว่าผลงานของ สเปอร์ส ยิ่งเล่นก็ยิ่งดี นับถึงตอนนี้พวกเขามีสมดุลที่ดีกว่าแบบเห็นได้ชัดลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อาจจะแกว่งไปบ้าง ตอนที่ต้องสับทีมเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงกลางสัปดาห์ เคยไม่ชนะใครในทุกรายการนานถึง 7 เกมติดต่อกัน

ทว่าพอตกรอบเหมือนจะดึงสติกลับมา พอกลับมาเน้นในลีกแบบเต็มๆอีกครั้ง ฟอร์มเก่งก็ค่อยๆกลับมา ที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะหลังการแพ้ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือน สเปอร์ส ได้เจอจุดเปลี่ยน

ไม่รู้ว่าเจตนาเลียนแบบกันหรือไม่ ทว่าระบบ 3-4-3 ที่ เชลซี เป็นคนบุกเบิกจนได้ดิบได้ดี พอ “ไก่เดือยทอง” เอามาประยุกต์ใช้บ้าง มันกลับได้ผลชนิดดีเกินคาด

พูดแบบไม่เกรงใจแฟน “สิงห์บลูส์” หากวัดกันที่เกมนัดเดียว ต้องบอกว่า สเปอร์ส ทำได้กลมกล่อมกว่าด้วยซ้ำไป เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายหยุดสถิติชนะรวดในลีก 13 เกมติดต่อกันของ เชลซี ได้ที่ผ่านมา โปเช็ตติโน่ เล่นในระบบกระแสของยุคนี้อย่าง 4-2-3-1 ซึ่งจริงๆแล้วก็เหมาะสมและทำได้ดี ทว่ามันก็ยังมีผู้เล่นในบางตำแหน่งที่ยังไม่ค่อยลงตัว โดยเฉพาะผู้เล่นในตำแหน่งปีก

เอริค ลาเมล่า ก็บาดเจ็บ มุสซ่า เดมเบเล่ ก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ซอน เฮือง มิน ฟอร์มผีเข้าผีออก ครั้นจะจับทั้ง เดเล่ อัลลี่ และ คริสเตียน เอริคเซ่น ออกไปเล่นก็ดูจะใช้ประโยชน์จากทั้งคู่ได้ไม่เต็มที่

แต่ในระบบใหม่ เรียกแบบอินเตอร์ๆว่า “ดับเบิ้ลเพลย์เมกเกอร์” ด้วยการให้ เอริคเซ่น และ อัลลี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหลังกองหน้าตัวเป้า แฮร์รี่ เคน ต้องบอกว่าลงตัวมากๆ

ทั้งคู่มีอิสระเต็มที่ในการเคลื่อนเกม วิ่งสลับไปมาได้ทั่วสนาม ซึ่งผลงาน 5 ประตู 8 แอสซิสต์ของดาวเตะโคนม และ 10 ประตู 2 แอสซิสต์ของแข้งวัย 20 ปี ก็ยืนยันได้เป็นอย่างดี

“ลียง” โอเคค่าตัว “เมมฟิส” ลุยลีกเอิง แต่มีออปชั่นซื้อกลับ

แฟน ผี เฮ!

โอลิมปิก ลียง ตกลงค่าตัว เมมฟิส เดอปาย ปีกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เเล้วเป็นที่เรียบร้อย จากการรายงานเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2560 ตามเวลาท้องถิ่น

สำนักข่าวบีบีซี ของอังกฤษ รวมถึง สกาย สปอร์ตส์ รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้บรรลุข้อตกลงในการขาย เมมฟิส เดอปาย ให้กับ โอลิมปิก ลียง สโมสรจาก ลีก เอิง ฝรั่งเศส แล้วเรียบร้อย

โดยค่าตัวเเรกเริ่มจะอยู่ที่ 16 ล้านปอนด์ และมีโอกาสที่จะเพิ่มสูงเป็น 21.7 ล้านปอนด์ ซึ่งนั่นรวมไปถึงเงื่อนไขรายละเอียดของสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน เช่น ลียง ได้ไปเล่นในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก และในกรณีที่ เดอปาย ได้รับสัญญาฉบับใหม่จากพวกเขา

นอกจากนี้ตามรายงานดังกล่าวยังระบุด้วยอีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ใส่ออปชั่นในการซื้อกลับมาร่วมทีม และส่วนแบ่งในการขาย ในกรณีที่ ลียง ขาย เมมฟิส ให้กับทีมอื่น

ทั้งนี้ ปีกวัย 22 ปีทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ ทำไป 7 ประตู จากทั้งหมด 53 นัด ​นับตั้งแต่ย้ายจาก พีเอสวี มาร่วมทีม ปีศาจแดง ในเดือน พฤษภาคม 2015 ที่​ค่าตัวแรกเริ่ม 25 ล้านปอนด์ (ยังไม่รวมโบนัส และอื่นๆ หากรวมโบนัสทั้งหมด และอื่นๆ จะอยู่ที่ ​31 ล้านปอนด์)

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เร้ด เดวิลส์ เพิ่งจะขาย มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ให้กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ (ค่าตัวแรกเริ่ม 20 ล้านปอนด์ และมีโอกาสเพิ่มสูงเป็น 24 ล้านปอนด์ รวมโบนัส และอื่นๆที่จะตามมา ตามเงื่อนไขสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน)