พลังจากความมั่นใจ

พลังจากความมั่นใจ6

ในโลกของฟุตบอล “ความมั่นใจ” คือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ “ผลลัพธ์” ของสโมสรนั้นๆ อยู่ไม่มากก็น้อย

ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กหรือใหญ่หากอยู่ในช่วงพีกๆ ต่อให้เจอหน้าอินทร์ หน้าพรหม ก็ไม่มีหวาดกลัว สามารถ “รัน” ผลงานเชิงบวกได้เป็นเดือนๆ บางทีก็เดินหน้าไร้พ่ายได้แบบยาวๆ

แต่ในทางกลับกันหากคุณหัวตก หน้าดำ เหมือนเกม “วินนิ่ง” มันคือขั้วตัวข้ามที่เล่นยังไง ทำยังไงก็ไม่ดี กว่าจะชนะแต่ละเกมยากเย็นแสนเข็ญ บางทีศักยภาพแย่ด้วย ก็แพ้ติดๆ จนกลายเป็นบอล “เปลี่ยนโค้ข” ก็มีให้เห็นถมไป

ที่พูดมาทั้งหมดคือภาพรวมของ 2 ทีมฟุตบอลที่ห่ำหั่นกัน ณ เคซีโอเอ็ม สเตเดี้ยม และผลงานการแข่งขันหากวัดจากเข็ม “ความมั่นใจ” มันก็ไม่ได้ “พลิกล็อก” เหมือนกับที่ใครหลายคนกล่าวไว้

ลิเวอร์พูล ที่เคยออกสตาร์ตด้วยฟอร์มอันแข็งแกร่ง เป็นทีมหัวตารางระดับทีมลุ้นแชมป์ อยู่ดีๆ ก็ “ช็อต” ไปดื้อๆ ตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นปี 2017 ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลับชนะใครในลีกไม่เป็นนับรวมทุกรายการก็ชนะแค่ พลีมัธ ทีมจากลีกทู เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น
แนวทางฟุตบอลของ คล็อปป์ ไม่ใช่สิ่งจอมปลอม ไม่งั้นคงไม่เป็นที่ยอมรับ หรือ ชื่นชอบจากแฟนบอลทั้งโลก ไม่เว้นแม้กระทั้งทีมคู่ปรับอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แนวทางที่ ลิเวอร์พูล เล่นในซีซั่นนี้ หากพีกๆ เชื่อว่าคู่แข่งที่ไหนก็ต้องกลัว ทว่าปัจจัย “เกื้อหนุน” ในตอนนี้มันกำลังวิ่ง “สวนทาง” จากเมื่อต้นฤดูกาลแทบทั้งหมด

ความสด (การเพรสซิ่ง), ความคิด (ไอเดียในการเข้าทำ), ความมั่นใจ (การกล้าเล่น), การมีสมาธิ (ข้อผิดพลาด) มันไม่มีอะไรเลยที่ออกมาในมุมที่สามารถพอใจได้

ก่อนหน้านี้ “เดอะ ค็อป” บางส่วนอาจอ้างว่าการขาดหายไปของ ซาดิโอ มาเน่ คือปัญหาที่ทำให้ทีมฝืด แต่ผลในเกมนี้ก็ยืนยันแล้วว่าแค่ “มาเน่” คนเดียวก็ช่วยกู้วิกฤติของทีมกลับมาไม่ได้

มันคือเรื่องของทีม เป็นการบ้านที่ คล็อปป์ จะต้องเรียกความมั่นใจของนักเตะให้กลับมาให้ไวที่สุด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ตั้งแต่หายเจ็บก็เล่นกล้าๆ กลัวๆ ห่างจากมาตรฐานที่ บาร์เซโลน่า สนใจไปไกลลิบโลก

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น